[Tag] wallpaper

posted on 29 May 2011 12:02 by kuroshitsujilover
แทคนี้รับมาจาก คุณมู่ ค่ะ
 
[Tag] wallpaper
 
 
 
 
กติกา

        - แปะ Wallpaper ของตนเอง
        - บอก OS ที่ใช้, resolution หน้าจอ
        - ช่วยระบุหน่อยว่าเอามาจากไหน
        - (web ที่ d/l, ถ้าเป็นรูปถ่าย บอกหน่อยว่ามาจากที่ไหน, ...)
        - เหตุใดถึงเลือกมาเป็น wallpaper
        - จากนั้นหาเหยื่อ ..เอ๊ย ผู้โชคดีอีก 5 คนรับ tag ต่อ จะได้ระบาดหนัก
 
 
ขอลบไอคอนงานออกจากหน้าจอก่อน แฮะๆๆ ไม่งั้นหน้าจอจะรกมากมาย ฮ่าๆๆๆๆๆ
 
ภาพวอลคือ ยาคุตัน ในเวอร์ชั่น หนุ่มแว่น ฮ่าๆๆๆๆ
 
 แปะๆๆ
 
- วินโดว์ 7 เจ้าค่ะ : Resolution - 776x588
 
- จกมาเว็บ http://www.minitokyo.net เจ้าค่ะ
 
- เพราะ "หนุ่มแว่น" สุดยอดดดดดดดดดดดดดดดดดด >////<

ส่งให้
 
- คุณมิน (วนิดา ซากุ)
 
- เพื่อนโบว์
 
- เพื่อนเมย์
 
- ไอ้โม
 
- โอ้สุ
 
รับไปทำซะดีๆๆ หึหึหึหึหึ

[FicVocaloid] Eye to Eye (3)

posted on 28 Feb 2011 22:33 by kuroshitsujilover

เอาล่ะน้า (หลังจากอู้มานาน

 ในที่สุดฟิควาเลนไทน์ก็ดำเนินมาถึงจุดสิ้นสุดในตอนนี้แล้วล่ะน้า 

เชิญทุกคนไปจมดิ่งสู่ความมืดมนกันต่อได้เล้ย!!!  

  

Title : Eye to Eye  | From the Left Eye View -- Eyes 1

Author : Mikoto

Pairing : Vocaloid Len x Rin

Genre : AU

*ฟิคเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก เพลง Karakuri Burst 

 

Eye to Eye

Eyes 1 : From the Left Eye View (3)

  

 คืนนั้น.. [ตุ๊กตาสังหาร] ถูกส่งมายังศาลเจ้าเล็กๆ อันเงียบเหงาและห่างไกลผู้คน ตามคำสารภาพของ [ก้อนเนื้อ] ซึ่งเคยเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองมาก่อน

 
 

 '....นะ...นังปีศาจนั่น ….ใส่เสื้อกราวน์ทับกิโมโน....ทุกครั้งที่ฆ่าคน ...จะ....มาที่ศาลเจ้า...'

 

 ดวง จันทร์สีแดงสดที่ลอยเด่นอยู่กลางท้องฟ้า สาดส่องแสงลงมากระทบเรือนผมสีทองเป็นประกายของตุ๊กตาตัวนั้นให้ยิ่งตัดกับ เครื่องแบบทหารสีดำสนิทที่กลมกลืนกับความมืดยามราตรี

ใบหน้าคมคายและดวงตาสีฟ้าที่เหลืออยู่เพียงข้างเดียวนั้นยังคงเรียบเฉยดุจไร้ อารมณ์ดั่งที่ผ่านมา ขณะที่รองเท้าบูทหนังนั้นเหยียบย่ำบนทางเดินหินสีหม่นมัว ลอดผ่านเสาโทริอิสีแดงซีด เพื่อตรงไปยังศาลเจ้าเก่าๆ ที่ดูทรุดโทรมไร้การดูแล ด้วยท่าทางเฉยชา 

 

ทว่า …. แววตาเฉยเมยที่ปรากฎอยู่เป็นนิจนั้น ฉายแววสั่นไหวขึ้นมาทันที เมื่อพบกับ [นกกระเรียนกระดาษ] หลายตัววางอยู่บนกล่องบริจาคหน้าศาลเจ้า สิ่งนั้นได้กระตุ้นความทรงจำครั้งเก่าขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

 

'... นี่ริน ทำอะไรอยู่เหรอ?'

'แค่ดู ก็น่าจะรู้ไม่ใช่รึไง ว่ากำลังพับนกกระเรียนพันตัว เพื่อที่จะได้หายป่วยแล้วออกจากที่นี่เร็วๆ อยู่ไงล่ะ เรื่องแค่นี้ก็ไม่รู้ เล็นนี่ไม่ได้เรื่องเลย'

 'อะไรกันเล่า ฉันแค่ไม่อยากเชื่อเรื่องหลอกเด็กพรรค์นั้นเท่านั้นเอง........ ไม่ใช่ว่าไม่รู้สักหน่อย'

'โห? ถ้ารู้อย่างที่พูด แล้วทำไมเวลาพูดต้องหลบตาด้วยล่ะย๊า'

'อึ่ย! ไม่ได้หลบตาซะหน่อย ....ฮึ่ม!!! ฟังนะริน ไม่ต้องไปสนใจของพรรค์นี้หรอก เพราะว่าฉันนี่แหละ จะเป็นคนพาเธอหนีออกจากที่นี่เอง!!'

'อะ...ไรกัน... บ้า! เป็นแค่เล็นแท้ๆ อย่ามาทำอวดดีนะ'

'ฉันจะจับมือรินให้แน่นๆ ไม่วันปล่อยเด็ดขาดเลย เราจะออกไปจากที่นี่ด้วยกันนะ'

'เชอะ... คอยดูนะถ้ากล้าปล่อยมือล่ะก็จะเล่นงานให้น่าดูเลย!!'

 

 

 

ก๊อก …

ก๊อก ….

 

 

ทว่า ... ทันใดนั้นเอง ประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของนายทหารหนุ่มก็จับเสียงเกี๊ยะไม้ที่ดังแว่วเข้ามา ในรัศมีซึ่งเขายืนอยู่ได้ เสียงนั้นดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ทำให้เขาแน่ใจว่าอีกฝ่ายมีธุระกับศาลเจ้าแห่งนี้เช่นเดียวกัน ร่างเพรียวบางในชุดทหารสีรัตติกาลจึงรีบผลักความหลังทั้งหลายให้พ้นจากสามัญ สำนึกแล้ว เตรียมตัวพร้อมจู่โจมสิ่งที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้อย่างเงียบเชียบ

 

... ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็น 'อะไร' ก็ตาม ...

... [การกำจัดมันให้สิ้นซาก] คือภารกิจของเขาในคืนนี้ ...

 

 

 

ก๊อก …

ก๊อก ….

 

 

 

ภาย ในความเงียบงันของคืนที่แม้แต่พระจันทร์ยังส่องแสงสีแดงฉาน เสียงเกี๊ยะไม้ซึ่งดังกระทบกระเบื้องสีหม่นหมองอยู่เพียงลำพังนั้น ดังสะท้อนไปทั่วบริเวณด้วยจังหวะหนักแน่นสม่ำเสมอ ไม่ต่างจากเสียงตุ๊กตาที่เคลื่อนไหวโดยใช้ฟันเพืองจักรกล

 

และเมื่อเสียงขึ้นชัดเจนขึ้น เงาดำมืดที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าในตอนแรก ก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นร่างบอบบางของหญิงสาวผมทอง ซึ่งปิดบังดวงตาข้างซ้ายไว้ด้วยแถบผ้าสีขาว ในชุดกิโมโนแบบสั้นสีเดียวกับแสงจันทร์ แต่สวมเสื้อกราวน์สีขาวตัวยาวคลุมทับเอาไว้

 

เสื้อกราวน์สีขาวที่พร่างพรมด้วยหยดเลือด…

ดูราวกับประดับด้วยดอกคาเมเลียสีแดงฉาน …



... นังปีศาจในชุดกราวน์!!! ...

 

ภาพ ที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้านั้น ทำให้นายทหารหนุ่มกระชับคาตานะในมือแน่น ก่อนที่จะพุ่งตัวเข้าไปหาเป้าหมายอย่างรวดเร็ว ไม่ทิ้งจังหวะให้อีกฝ่ายได้มีเวลาตั้งตัว



"จงหายไปซะ!!!"

 

นายทหารหนุ่มคำรามด้วยน้ำเสียงคลั่งแค้น ขณะที่แทงคาตานะในมือตนเข้าใส่จุดตายของอีกฝ่ายอย่างไร้ความปราณี

 

แคร้ง!!!

 

ทว่า อีกฝ่ายกลับไหวตัวเร็วกว่าที่คิด คมดาบของนายทหารจึงปะทะเข้ากับลำกล้องปืนยาวของปีศาจเข้าอย่างจังวินาทีที่ เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของ [ปีศาจ] อย่างชัดเจนนั้นเอง ดวงตาสีฟ้าใสที่ลุกวาวด้วยความคับแค้นนั้น กลับไหวระริกด้วยความตกใจ 

 

... ดูราวเงาสะท้อนของตนเอง ...

... ยามจิตใจแหลกสลายด้วยความสิ้นหวัง ...

... จนยอมกลายเป็นปีศาจ ...

 

'หรือนี่... คือสิ่งที่เรียกว่า [ความบังเอิญ]?'

 

 

แม้จะรู้ว่าการปล่อยให้จิตใจหวั่น ไหวในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม เป็นอันตรายอย่างยิ่ง แต่นับว่าโชคยังพอเข้าข้างเขาอยู่บ้าง จึงบันดาลให้ปีศาจตนนั้นเสียจังหวะจากการโจมตีเมื่อครู่ของเขา ร่างบอบบางนั้นจึงกระโดดหนีถอยห่างออกมาก่อน ดังนั้นนายทหารหนุ่มจึงพอมีเวลาให้เรียกสติกลับมาบ้าง

 

'ไม่... ไม่มี [ความบังเอิญ] หรอก มีแต่  [ความจงใจ] เท่านั้น '

 

พอ คิดได้เช่นนั้นนายทหารหนุ่มจึงรีบออกตัวตามไปทันที ...ไม่ว่าจะคิดยังไง มันไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว เพราะดวงตาข้างขวาที่เหลืออยู่เพียงข้างเดียวนี้ ฉายภาพช่วงเวลาที่สูญเสีย 'เธอคนนั้น' ให้เขาเห็นด้วยตัวของมันเอง ดังนั้นสิ่งที่ปรากฎอยู่เบื้องหน้าเวลานี้ต้องเป็นหนึ่งในกลลวงของปีศาจโดย แท้    

 

"อภัยให้ไม่ได้!! จงหายไปซะ!!!"

"มีฝีมือแค่นี้เองรึไง อ่อนแอจริงๆ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!!"

 

เสียงหัวเราะอันแหลมสูงของปีศาจดัง ก้อง ขณะที่ควันปืนและคมดาบต่างเล็งเป้าหมายที่จุดตายบนร่างกายอีกฝ่าย ยิ่งคาตานะปะทะกับกระบอกปืนรุนแรงมากขึ้นเท่าไหร่ เสียงคำรามและเสียงเย้ยหยันที่ทั้งคู่ซัดเข้าหากันก็ยิ่งดุเดือดมากขึ้น เรื่อยๆ 

 

 

 

"หายไปซะ!!!  

หายไปซะ!!!  

หายไปซะ!!!

 หายไปซะ!!! "

 

"อ่อนแอ!!

อ่อนแอ!!

 อ่อนแอ!!

อ่อนแอ!!

อ่อนแอ!!"

 

จนกระทั่ง [ตุ๊กตาสังหาร] ผู้ซึ่งถูกกล่าวขานว่า ไร้ความรู้สึก ได้ฝังคมดาบลงบนร่างบอบบางนั้น

 

 

 ... มือทั้งสองข้างของเขาจึงถูกย้อมไปด้วยสีดอกคาเมเลียอันงดงาม ...

 

 

From the Left Eye View --- END

 

 

Next Chapter :  From the Right Eye View ฉลองไวท์เดย์

 

จบ แล้วกรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด จบซักทีฟิควานเลนไทน์ (ที่อู้มานาน) ความจริงตั้งใจให้จบเที่ยงคืนนะเนี่ย แต่เพราะเรื่องงานเลยกลับบ้านช้า เลยปั่นเกินมาถึงตีหนึ่งของเดือนมีนาซะแล้ว ฮ่าๆๆๆ แต่ช่างมันเถอะ จบในคืนนี้ได้ก็พอใจแล้ว ลันล้า

 

ปล1. ขอสารภาพว่าการเขียนฟิคเรื่องนี้อะไรก็ไม่ลำบากเท่าการหาสีให้กับประโยคคำ พูดของฝาแฝด ของคนอื่นไม่ปัญหาเลย ทั้งไคโตะ เมย์โกะ เนรุ ฮาคุ ลิลลี่ เมกุเนี่ยเค้ามีสีประจำตัวที่อ่านสบายๆ กันอยู่แล้ว แต่ของแฝดเนี่ยแหละที่เล่นเอากุมขมับ แม่ง "สีเหลือง" ทั้งคู่ แม่เจ้าโหดร้ายมากกก ลองมาหลายเฉด แต่ไม่ได้เรื่อง เพราะนอกจากจะแสบตาแล้ว บางทียังมองไม่เห็นอีก กรรมจริงๆ สุดท้ายเลยจบด้วยการขีดไฮไลท์ทับประโยคคำพูดซะเลย หวังว่าคงช่วยให้อ่านง่ายขึ้น(มั้ง)นะ ฮ่าๆๆๆ 

 

ปล2. วันนี้เงินเดือนออกแล้ว (รอมานานยะโฮ้) เลยแวะไปร้านการ์ตูนที่ไม่ได้ไปนาน พบว่าตัวเองพลาดการ์ตูนไปหลายเล่ม ทั้ง สงครามดาบศักดิ์สิทธิ์ เล่ม 4 , จิน หมอทะลุศตวรรษ เล่ม 10 ,สคิปบีทเล่ม 22 , นิโร เล่ม 15 , ฝากใจไปถึงเธอ เล่ม 10 หมดไปสองร้อยกว่าบาท พอช้อปการ์ตูนเรียบร้อยแล้วก็ ถึงได้สำเหนียกว่า ซื้อมาเยอะขนาดนี้ แต่จะมีเวลาอ่านเมื่อไหร่วะ งานปิดเล่มงานหนังสือยิ่งเร่งยิกๆ แบบนี้ โฮกกกกกกกกกกกกก 

 
 

ปล3. การิน คดีสะพานข้ามอัสดงแห่งความตาย บทจบ ออกแล้วเน้อ!!! พวกเธอว์จงไปเสียทรัพย์กันโดยพลัน อิอิอิ 

 

[FicVocaloid] Eye to Eye (2)

posted on 22 Feb 2011 22:40 by kuroshitsujilover
อู้ๆๆๆๆ (ถึงมีปิดเล่มรออยู่) เราก็จะอู้ หุหุหุ
 
ตอนนี้อยู่ในโหมดอู้งานมาปั่นฟิคล่ะลันล้า
 
พยายามจะปั่นตอนสุดท้ายของฟิควาเลนไทน์ให้เสร็จก่อนสิ้นเดือนนะ
 
จะได้เขียนฟิคส่วนของไวท์เดย์ซะที อิอิอิ
 
เอาล่ะไปมืดมนกับฟิคอีชั้นกันต่อได้เลยยะโฮ้
 
 

Title : Eye to Eye  | From the Left Eye View -- Eyes 1

Author : Mikoto

Pairing : Vocaloid Len x Rin

Genre : AU

*ฟิคเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก เพลง Karakuri 卍 Burst 

 

Eye to Eye

Eyes 1 : From the Left Eye View (2)
 
 
 
ตึก …

ตึก ….

 

 เสียงรองเท้าหนังหุ้มข้อสีดำซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องแบบทหารกระทบกับพื้นกระเบื้องที่ขัดเป็นมันเงา ดังก้องไปทั่วทางเดินด้วยจังหวะหนักแน่นสม่ำเสมอ ราวกับขับเคลื่อนด้วยกลไกเครื่องจักร

 

 เสียงนั้นเรียกความสนใจให้เจ้าหน้าที่สาวแผนกประชาสัมพันธ์ของศูนย์บัญชาการเงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือน และเมื่อเห็นสัญลักษณ์สวัสดิกะปักอยู่บนแถบผ้าคาดแขนสีแดงสด ตัดกับเครื่องแบบสีดำสนิทของชายหนุ่มร่างเพรียวบาง พวกเธอก็หันหน้าเข้าซุบซิบกับกันด้วยแววตารังเกียจระคนหวาดกลัว

 

นั่น! คนของ 'หน่วยพิเศษ' ทำไมมาที่นี่...”

 

คงมาจัดการคดี 'ปีศาจนักฆ่า' ที่กวาดล้างหน่วยปฏิบัติการ 2 จนเรียบทั้งหน่วยนั่นล่ะมั้ง”

 

 แต่ว่ามันไม่ใช่คดีธรรมดานะ ได้ยินจากหน่วยสืบสวนว่า 'หนอน' เป็นคนของหน่วยข่าวกรองนี่เอง”

 

 ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่า ปีศาจจะต้องถูกคนของ 'หน่วยพิเศษ' กวาดล้าง ยังกล้าทำเรื่องแบบนี้อีก งี่เง่าจริงๆ”

 

 ใครๆ ก็รู้ว่าคนของ 'หน่วยพิเศษ' เลือดเย็นไร้หัวใจอย่างกับเครื่องจักร”

 

 จริงเหรอเนี่ย น่ากลัวจัง”

 

 ชู่ว์ เบาๆ หน่อยสิ เดี๋ยวเงาก็หัวหายไม่รู้ตัวหรอก รู้ใช่ไหมล่ะ ฉายาของคนหน่วยนั้นน่ะ”

 

 “[ตุ๊กตาสังหาร] สินะ”

 

 ทว่า .. เมื่อ [ตุ๊กตาสังหาร] ผู้มีเรือนผมสีทองสุกสว่างเดินตรงมาทางโต๊ะประชาสัมพันธ์ เหล่าเจ้าหน้าที่สาวทั้งหลายกลับหันมาคลี่ยิ้มอย่างอ่อนหวาน และบอกจุดหมายปลายทางให้แก่ผู้มาเยือน เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

 ท่านหัวหน้าหน่วย สั่งให้คุณตามไปสมทบที่ห้องสอบสวนทันทีค่ะ”

 

 ชายหนุ่มยืนฟังข้อความที่หัวหน้าหน่วยฝากถึงตนด้วยสีหน้าเรียบเฉย ราวกับไร้ตวามรู้สึกอย่างที่ถูกกล่าวถึง จากนั้นจึงหน้ารับเล็กน้อย ก่อนจะสาวเท้าหายลับเข้าไปในความมืดของชั้นใต้ดิน

  

 

...........................................................

  
  
 
ขอนุญาตครับท่าน เล็น จากหน่วยพิเศษครับ”  

 

 เสียงทุ้มต่ำที่แปร่งเล็กน้อยของนายทหารหนุ่มกล่าวก่อนจะเปิดประตู 'ห้องสอบสวน' ซึ่งมีเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสดังแว่วมาให้ได้ยิน

 

 ในตอนนั้นเอง...ชายหนุ่มผมน้ำเงินในชุดเครื่องแบบภูมิฐาน สมกับตำแหน่งหัวหน้าหน่วย ก็ได้ตระหนักถึงการมีตัวตนอยู่ของผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นครั้งแรก เขาจึงหันมายิ้มให้ผู้มาใหม่ ด้วยรอยยิ้มสดใส ผิดกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด และเสียงกรีดร้องอย่างสิ้นเชิง

 

 มาแล้วเหรอ เล็นคุง ช่วยรออีกแป๊บหนึ่งนะ ใกล้จะเสร็จแล้วล่ะ”

 

เจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ราวกับจะขอโทษที่ตนเองทำให้อีกฝ่ายต้องคอย ทว่าความหมายที่แท้จริงของมัน กลับทำให้เจ้าหน้าที่ทั้งหลายรีบเร่งใช้เครื่องมือรูปทรงประหลาด 'สอบสวน' คนทรยศซึ่งแฝงตัวอยู่ในหน่วยข่าวกรอง 

 
 อันเป็นสาเหตุให้ 'ปีศ่าจนักฆ่า' สามารถทำลายล้างหน่วยปฏิบัติการ 2 เสียราบเรียบ ไม่เหลือผู้รอดชีวิตเลยแม้แต่คนเดียว ดังนั้นพวกเขาจึงต้องเค้นข้อมูลเกี่ยวกับ 'ปีศาจ' ออกมาอย่างเร็วที่สุด มิเช่นนั้น คนต่อไปที่จะโดน 'สอบสวน' อาจเป็นพวกเขาเองก็ได้

  

...เสียงกรีดร้องโหยหยด้วยความทุกข์ทรมานยังคงดำเนินต่อไป ...

 

จนกระทั่ง 'ที่ซ่อนของปีศาจ' ที่หลุดออกมาเป็นเสียงสุดท้าย ...

 

เมื่อเสียงนั้นขาดหาย การ 'สอบสวน' อันแสนโหดร้ายจึงสิ้นสุดลง …

 

 

 ร่างที่ผ่านการ 'สอบสวน' นั้น แหลกยับเยิน จนมีสภาพคล้ายก้อนเนื้อขาดวิ่น ถูกทิ้งให้จมอยู่ในทะเลเลือดสีแดงฉาด สร้างความทะเทือนขวัญ สั่นประสาทให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ร่วมการสอบสวนครั้งนี้ไม่น้อย

 

 หากแต่ใบหน้าคมสันของนายทหารหนุ่ม ที่ยืนอยู่เคียงข้างโซฟาหนังอย่างดีของหัวหน้าหน่วยนั้น กลับยังคงเรียบเฉยเดั่งปกติ เช่นเดียวกับดวงตาสีฟ้าสดใสที่เหลือเพียงข้างเดียว มองการกระทำเบื้องหน้าด้วยแววตาเฉยชา ประหนึ่งมองผ่านอากาศที่ว่างเปล่าอยู่ก็ไม่ปาน

 

 หึหึหึ ขนาดมีศพคนตายอยู่ตรงหน้าแท้ๆ ยังตีหน้าตายแบบนั้นได้อีก นายนี่มันไม่มีหัวใจเลยรึไงนะ”

 

 ไม่มีครับ ...”

 

'หัวใจ' ของเขาตาย เพราะ 'นังปีศาจ' ในชุดกราวน์ตั้งแต่วันนั้นแล้ว …

 

ปีศาจคือความชั่วร้ายที่เขาต้องกำจัดให้หมดไปจากโลกนี้ …

 

ให้โลกนี้เป็นที่ที่ดีงาม ไม่มีใครต้องทุกข์ทรมานเช่นพวกเขาอีก …

 

 

 'สิ่งนี้... คงพอชดใช้ให้เธอได้ใช่ไหม …. ริน'

 

 ”... เพราะหากมีหัวใจจะถูกปีศาจล่อลวงจนไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ กำจัดสิ่งชั่วร้ายให้หมดสิ้นไปได้ครับ”

 

 คำตอบที่หนักแน่นซึ่งแฝงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ไว้อย่างเต็มเปี่ยม ทำให้เจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินคลี่ยิ้มอย่างพึงพอใจ จึงเอื้อมมือไปรั้งลำคอยาวระหงของนายทหารข้างกายให้ก้มต่ำลงมา แล้วใช้ปลายนิ้วสัมผัสเส้นผมสีทองสุกสว่างนั้นเบาๆ ก่อนจะกระซิบย้ำเตือนถึงภารกิจของชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

 

 ถูกแล้ว หน้าที่ของนายคือการกำจัดความชั่วร้ายอันดำมืดทั้งหมดให้สิ้นซาก ระหว่างปฏิบัติภารกิจจะใจอ่อนไม่ได้เด็ดขาด จำไว้ [สีขาว] กับ [สีดำ] ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่แรกแล้ว

 

 ”... [สีขาว] กับ [สีดำ] ถูกกำหนดไว้แต่แรกแล้ว ...”  

 

 เสียงกระซิบอย่างอ่อนโยนที่ข้างหูนั้น ทำให้นายทหารหนุ่มเอ่นทวนซ้ำประโยคคำพูดที่ได้รับมาอย่างเลือนลอย ราวกับหุ่นยนต์รับทราบคำสั่ง

 

 “... ดีมาก [ตุ๊กตา] ของฉัน”

 

 

...........................................................

 


 

TBC.....

 


[FicVocaloid] Eye to Eye (1)

posted on 14 Feb 2011 23:24 by kuroshitsujilover

หุฮิลันล้า ต่อจากเอนทรีแฮบวันเกิดการินเมื่อวาน

ก็มาถึงวาเลนไทน์ซะที ยะโฮ้!! 

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เชิญทุกท่านไปสนุกกับฟิคฉลองวาเลนไทน์กันเลย เย้! >q<

ฝาแฝดสุดยอด!!!!


Title : Eye to Eye  | From the Left Eye View -- Eyes 1

Author : Mikoto

Pairing : Vocaloid Len x Rin

Genre : AU

*ฟิคเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก เพลง Karakuri 卍 Burst 

 

Eye to Eye

Eyes 1 : From the Left Eye View (1)  

  

"แฮ่ก แฮ่ก"

เสียงหอบอย่างอ่อนล้าของเด็กน้อยสองคนดังแว่วอยู่บนทางเดินอันมืด

สลัว วึ่งทอดยาวออกไปเบื้องหน้า ราวกับไม่มีวันสิ้นสุด มือเล็กๆ ของเด็กน้อยที่เหมือนกัน ดั่งเงาสะท้อนของกันและกันนั้นกอบกุมกันไว้อย่างแนบแน่นไม่ยอมห่าง แม้ว่าระหว่างทางเด็กหญิงที่วิ่งช้ากว่าจะสะดุดล้มลงด้วยความรีบร้อน แต่เด็กชายที่มาด้วยกันไม่เพียงไม่ยอมปล่อยมือ ยังเข้าไปพยุงเด็กหญิงจนลุกขึ้นวิ่งได้อีกครั้ง สายตาของเด็กทั้งสองเหลียวมองไปยังความมืดมิดเบื้องหลังอย่างหวาดระแวงคล้าย กับว่ากำลังหนีการไล่ตามของอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลา เมื่อความมืดมิดเบื้องหลังยังคงเงียบสงบดังที่เป็นเสมอมา เด็กน้อยจึงลอบถอนหายใจอย่างโล่งออก แล้วจูงมือกันวิ่งต่อไป


จุดหมายเพียงเดียวของพวกเขาคือ ... ทางออกจากนรกที่มืดมิดแห่งนี้

 

มีเพียงเป้าหมายนี้เท่านั้นที่ยังเป็นแรงขับดันให้เด็กทั้งคู่ยังคงวิ่งต่อไป

 ไม่นานนักแสงสว่างที่รอคอยก็ค่อยๆ ปรากฎชัดขึ้นทีละน้อย ทำให้เด็กน้อยทั้งสองหันมายิ้มให้แก่กันด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความหวัง


... อีกนิดเดียว ...

... อีกนิดเดียวเท่าน้ัน ...

... พวกเราก็จะได้อยู่ด้วยอย่างมีความสุข ...

 
 


เปรี้ยง!!!

 

ทว่า ... ในวินาทีที่ได้เห็นความหวังปรากฏอย่างแจ่มชัดอยู่เบื้องหน้า

เสียง ปืนก็ดังขึ้นอย่างกะทันหันเสียงนั้นมาพร้อมกับความเจ็บปวดอย่างกะทันหัน ทำให้เด็กชายเผลอปล่อยมือที่กุมเด็กหญิงไว้ มากุมดวงตาข้างขวาซึ่งถูกพรากแสงสว่างไปตลอดกาล แต่ความเจ็บปวดนั้นกลับเทียบไม่ได้เลยกับภาพที่สะท้อนอยู่ในดวงตาข้างซ้าย ที่เหลืออยู่


... ดั่งภาพสะท้อนของตนเองยามจมอยู่ในกองเลือดสีแดงฉาน ...

 

ความจริงที่ว่า 'ตัวตนครึ่งหนึ่งที่แสนสำคัญ' บัดนี้ได้สูญสิ้นไปพร้อมกับ

ดวง ตาข้างขวานั้นโหดร้ายเกินกว่าที่จิตใจเล็กๆ จะรับไหว มือเล็กๆ ที่อาบด้วยเลือดจึงพยายามเอื้อมออกไปอย่างสุดกำลังเพื่อกุมมือของเด็กหญิง ไว้อีกครั้ง 

 

ม่ายยยยยยยยยยยยย!!!!

 

เสียงกรีดร้องด้วยความโศกเศร้าปานจะขาดใจนั้นปลุกให้ดวงตาสีฟ้าสด

ใส ที่ใช้การได้เพียงข้างเดียวนั้นเบิกโพลงมองเพดานห้อง และมือที่ไขว่คว้าความว่างเปล่าในอากาศอยู่นานด้วยความปวดร้าว ขณะที่ใบหน้าเรียวคมซึ่งสามารถเรียกได้อย่างเต็มปากว่า 'หน้าดี' นั้นกลับซีดขาวและเปียกชุ่มด้วยหยดเหงื่อและหยาดน้ำตาที่ไหลออกมาเนื่องจาก ฝันร้าย


RRRrrrrrrrrrr.....


สิ่งที่ตอกย้ำชายหนุ่มให้ยึดอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงก็คือเสียง

โทรศัพท์ มือที่วางทิ้งไว้ข้างเตียง เขาจึงลุกขึ้นนั่งบนเตียง ทำให้ผ้าคลุมที่ปกคลุมกายมาตลอดเลื่อนหลุดลงไปกองอยู่บนตัก เผยให้เห็นร่างเพรียวบาง หากแต่มีกล้ามเนื้อแข็งแรง เช่นเดียวกับผู้ที่เชี่ยวชาญด้านศิลปะการต่อสู้ทั่วไป นิ้วมือเรียวยาวตามแบบฉบับของนักดาบฝีมือดีนั้นเอื้อมออกไปกดรับโทรศัพท์ ขณะใช้มืออีกข้างขยี้เรือนผมสีทองสุกสว่างซึ่งยาวระต้นคอของตัวเองเล็กน้อย ด้วยความเคยชิน ไม่นานนักเสียงอันคุ้นเคยก็ลอยเข้ามาในโสตประสาท เสียงนั้นสั่งให้เขาเข้าไปที่ศูนย์บัญชาการเพื่อรับคำสั่งจากหัวหน้าหน่วย ชายหนุ่มต้องตอบรับอย่างเรียบๆ ก่อนจะคว้าเครื่องแบบทหารที่โยนทิ้งไว้ข้างเตียงขึ้นมาสวมเพื่อเตรียมตัวออก ไปยังศูนย์บัญชาการ

 

พั่บ...

 

ชั่วขณะนั้นเองเขาก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างตกลงบนพื้น ดวงตาสีฟ้า

สด ใสของชายหนุ่มจึงเหลียวมองหาต้นเสียงของสิ่งนั้น จึงได้พบกับผ้าคาดตาสีดำนอนสงบนิ่งอยู่บนพื้น ชายหนุ่มจ้องมันอยู่พักใหญ่ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาทาบทับกับดวงตาข้างขวาที่มิด สนิทของตนเอง สิ่งนั้นเหมือนอนุสรณ์ที่คอยย้ำเตือนให้เขาระลึกอยู่เสมอว่า มีดวงตาข้างซ้ายเหลืออยู่เพียงข้างเดียว เช่นเดียวกับตัวเขาที่เหลืออยู่เพียงลำพัง


... ทั้งที่เป็นอย่างนั้น ทำไมเขาถึงยังมีชีวิตอยู่นะ ... 


...........................................................

 

TBC.....


 

ต่อไปเป็นเวิ่นเว้อโซนของอีชั้นเอง 

เฮ้อออ วานเลนไทน์ ท่าทางจะไม่ใช่วันของเรายังไงพิกล มีเรื่องแต่เช้าเลย

เริ่มจากทำเวรกวาดห้องตอนเช้าก็เผลอไปปัดต้นไม้เจ้านายหล่นกระจาย จากงานกวาดห้องง่ายๆ กลายเป็นงานช้างในพริบตา

พอเจ้านายมาก็โดนเฉ่งเรื่องานอีก โดนสับละเอียดเละไม่มีชิ้นดี ขนาดว่าเขาคิดให้แทบทั้งเรื่องแล้ว ก็ยังอุตส่าห์เขียนไม่ผ่านได้ อัจฉริยะเหลือเกินชั้น

ตกบ่ายซื้อชาเขียวมากินแค่เช็ดน้ำขอบแก้ว ยังเผลอไปถูกจอ โดนจอดูดอารามตกใจเลยปัดแก้วชา (ที่เพิ่งกันไปไม่ได้เท่าไหร่) หกลงมารดตัวเองกับคอมอีกต่างหาก ดีคอมไม่เป็นไร แต่ตัวชั้นกับพื้นที่อุตส่าห์ถูเหนียวไปทั้งวัน

ยังไม่พอ ตอนเช้าเพื่อนเล่าให้ฟังแล้วว่าวันนี้เซนลาดพร้าวเปิดวันสุดท้าย นั่ง 191 รถโคตรติดเลย ขากลับก็ยังอุตส่าห์กระโดดขึ้น 191 จนได้ แล้วเป็นไงล่ะ ออกจากที่ทำงานทุ่มสี่สิบ ถึงบ้านสามทุ่มครึ่งเอาเข้าไป คนกำลังจะรีบกลับแท้ๆ

พอกลับมาถึงตั้งต้นว่าจะพิมพ์ฟิคที่เขียนใส่สมุดไว้ซะดิบดี ดันทิ้งสมุดไว้ที่ทำงานต้องมาด้นสดเอง

เวรกรรม วันนี้มันอะไรฟะเนี่ย วันมหาวิปโยครึไง ทำไมถึงได้มีแต่เรื่องแบบนี้ 

 

ปล. สาธุเพี้ยงงานที่เขียนวันนี้จงผ่านๆๆๆ เพี้ยง 

 

 

แอบหนีงานมาลันล้าเล็กน้อย
 
วันนี้ ... วันที่ 13 ภุมภาพันธ์ ...ล่ะ  (เล่นสวยนะเนี่ย อิอิ)
 
สำหรับใครหลายคนอาจจะเป็นแค่วันก่อนวันวาเลนไทน์
 
แต่สำหรับพ่อหนุ่มคนนี้
 
 
วันนี้เป็นวันเกิดของเขาล่ะ เหอเหอ เอ๊ะ ไม่สิต้องเป็น 'หึหึหึหึหึหึ' สินะ (หัวเราะ)
 
เอาล่ะล่ะนะ

 
HAPPY BIRTH DAY!!! 
 
สุขสันต์วันถึงฆาต เอ๊ย วันเกิดนะยะ
 
พ่อหนุ่ม "ซึน" โรคจิตปากเสียชอบใช้กำลัง
 
 
ยินดีด้วยนะที่มี "ภาพยนตร์" เป็นของตัวเองแล้ว (ติดตามรายละเอียดอื่นๆ ได้ที่นี่ค่ะ http://www.punica.co.th/garinmovieproject/ : อุ๊บ โฆษณาแฝง หุหุ เปิดโหมดหน้าม้า again) ได้ยินว่าเปิดกล้องไปแล้ว แต่ป่านนี้การถ่ายทำจะเป็นไงบ้างไม่รู้เนอะ แก่ลงอีกปีแล้ว (หวังว่าเจอกันครั้งหน้าหน้าแกจะไม่เปลี่ยนไปจากนี้อีกนะ ฮ่าๆๆๆ) ปีนี้ขอให้มีความสุขกับการตามหา "เชียร" ต่อไปล่ะกัน ก๊ากกกก ปีนี้ขอให้ขายดิบขายดีต่อไปเรื่อยๆ นะจ๊ะ
 
 
 
Next Entry : FanFic Vocaloid [LenXRin] ฉลองวาเลนไทน์
 
จะฉลองวันแห่งความรัก ไม่มีคู่ไหนเหมาะไปกว่าฝาแฝดคู่นี้อีกแล้ว ยะโฮ้!!
 
เจ้าของบล๊อคโหมดกลับไปบ้าโวคาลอยอีกรอบ เพราะฝาแฝด Append