เอาล่ะน้า (หลังจากอู้มานาน)
ในที่สุดฟิควาเลนไทน์ก็ดำเนินมาถึงจุดสิ้นสุดในตอนนี้แล้วล่ะน้า
เชิญทุกคนไปจมดิ่งสู่ความมืดมนกันต่อได้เล้ย!!!
Title : Eye to Eye | From the Left Eye View -- Eyes 1
Author : Mikoto
Pairing : Vocaloid Len x Rin
Genre : AU
*ฟิคเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก เพลง Karakuri 卍 Burst
Eye to Eye
Eyes 1 : From the Left Eye View (3)
คืนนั้น.. [ตุ๊กตาสังหาร] ถูกส่งมายังศาลเจ้าเล็กๆ อันเงียบเหงาและห่างไกลผู้คน ตามคำสารภาพของ [ก้อนเนื้อ] ซึ่งเคยเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองมาก่อน
'....นะ...นังปีศาจนั่น ….ใส่เสื้อกราวน์ทับกิโมโน....ทุกครั้งที่ฆ่าคน ...จะ....มาที่ศาลเจ้า...'
ดวง จันทร์สีแดงสดที่ลอยเด่นอยู่กลางท้องฟ้า สาดส่องแสงลงมากระทบเรือนผมสีทองเป็นประกายของตุ๊กตาตัวนั้นให้ยิ่งตัดกับ เครื่องแบบทหารสีดำสนิทที่กลมกลืนกับความมืดยามราตรี
ใบหน้าคมคายและดวงตาสีฟ้าที่เหลืออยู่เพียงข้างเดียวนั้นยังคงเรียบเฉยดุจไร้ อารมณ์ดั่งที่ผ่านมา ขณะที่รองเท้าบูทหนังนั้นเหยียบย่ำบนทางเดินหินสีหม่นมัว ลอดผ่านเสาโทริอิสีแดงซีด เพื่อตรงไปยังศาลเจ้าเก่าๆ ที่ดูทรุดโทรมไร้การดูแล ด้วยท่าทางเฉยชา
ทว่า …. แววตาเฉยเมยที่ปรากฎอยู่เป็นนิจนั้น ฉายแววสั่นไหวขึ้นมาทันที เมื่อพบกับ [นกกระเรียนกระดาษ] หลายตัววางอยู่บนกล่องบริจาคหน้าศาลเจ้า สิ่งนั้นได้กระตุ้นความทรงจำครั้งเก่าขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
'... นี่ริน ทำอะไรอยู่เหรอ?'
'แค่ดู ก็น่าจะรู้ไม่ใช่รึไง ว่ากำลังพับนกกระเรียนพันตัว เพื่อที่จะได้หายป่วยแล้วออกจากที่นี่เร็วๆ อยู่ไงล่ะ เรื่องแค่นี้ก็ไม่รู้ เล็นนี่ไม่ได้เรื่องเลย'
'อะไรกันเล่า ฉันแค่ไม่อยากเชื่อเรื่องหลอกเด็กพรรค์นั้นเท่านั้นเอง........ ไม่ใช่ว่าไม่รู้สักหน่อย'
'โห? ถ้ารู้อย่างที่พูด แล้วทำไมเวลาพูดต้องหลบตาด้วยล่ะย๊า'
'อึ่ย! ไม่ได้หลบตาซะหน่อย ....ฮึ่ม!!! ฟังนะริน ไม่ต้องไปสนใจของพรรค์นี้หรอก เพราะว่าฉันนี่แหละ จะเป็นคนพาเธอหนีออกจากที่นี่เอง!!'
'อะ...ไรกัน... บ้า! เป็นแค่เล็นแท้ๆ อย่ามาทำอวดดีนะ'
'ฉันจะจับมือรินให้แน่นๆ ไม่วันปล่อยเด็ดขาดเลย เราจะออกไปจากที่นี่ด้วยกันนะ'
'เชอะ... คอยดูนะถ้ากล้าปล่อยมือล่ะก็จะเล่นงานให้น่าดูเลย!!'
ก๊อก …
ก๊อก ….
ทว่า ... ทันใดนั้นเอง ประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของนายทหารหนุ่มก็จับเสียงเกี๊ยะไม้ที่ดังแว่วเข้ามา ในรัศมีซึ่งเขายืนอยู่ได้ เสียงนั้นดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ทำให้เขาแน่ใจว่าอีกฝ่ายมีธุระกับศาลเจ้าแห่งนี้เช่นเดียวกัน ร่างเพรียวบางในชุดทหารสีรัตติกาลจึงรีบผลักความหลังทั้งหลายให้พ้นจากสามัญ สำนึกแล้ว เตรียมตัวพร้อมจู่โจมสิ่งที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้อย่างเงียบเชียบ
... ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็น 'อะไร' ก็ตาม ...
... [การกำจัดมันให้สิ้นซาก] คือภารกิจของเขาในคืนนี้ ...
ก๊อก …
ก๊อก ….
ภาย ในความเงียบงันของคืนที่แม้แต่พระจันทร์ยังส่องแสงสีแดงฉาน เสียงเกี๊ยะไม้ซึ่งดังกระทบกระเบื้องสีหม่นหมองอยู่เพียงลำพังนั้น ดังสะท้อนไปทั่วบริเวณด้วยจังหวะหนักแน่นสม่ำเสมอ ไม่ต่างจากเสียงตุ๊กตาที่เคลื่อนไหวโดยใช้ฟันเพืองจักรกล
และเมื่อเสียงขึ้นชัดเจนขึ้น เงาดำมืดที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าในตอนแรก ก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นร่างบอบบางของหญิงสาวผมทอง ซึ่งปิดบังดวงตาข้างซ้ายไว้ด้วยแถบผ้าสีขาว ในชุดกิโมโนแบบสั้นสีเดียวกับแสงจันทร์ แต่สวมเสื้อกราวน์สีขาวตัวยาวคลุมทับเอาไว้
… เสื้อกราวน์สีขาวที่พร่างพรมด้วยหยดเลือด…
… ดูราวกับประดับด้วยดอกคาเมเลียสีแดงฉาน …
... นังปีศาจในชุดกราวน์!!! ...
ภาพ ที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้านั้น ทำให้นายทหารหนุ่มกระชับคาตานะในมือแน่น ก่อนที่จะพุ่งตัวเข้าไปหาเป้าหมายอย่างรวดเร็ว ไม่ทิ้งจังหวะให้อีกฝ่ายได้มีเวลาตั้งตัว
"จงหายไปซะ!!!"
นายทหารหนุ่มคำรามด้วยน้ำเสียงคลั่งแค้น ขณะที่แทงคาตานะในมือตนเข้าใส่จุดตายของอีกฝ่ายอย่างไร้ความปราณี
แคร้ง!!!
ทว่า อีกฝ่ายกลับไหวตัวเร็วกว่าที่คิด คมดาบของนายทหารจึงปะทะเข้ากับลำกล้องปืนยาวของปีศาจเข้าอย่างจังวินาทีที่ เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของ [ปีศาจ] อย่างชัดเจนนั้นเอง ดวงตาสีฟ้าใสที่ลุกวาวด้วยความคับแค้นนั้น กลับไหวระริกด้วยความตกใจ
... ดูราวเงาสะท้อนของตนเอง ...
... ยามจิตใจแหลกสลายด้วยความสิ้นหวัง ...
... จนยอมกลายเป็นปีศาจ ...
'หรือนี่... คือสิ่งที่เรียกว่า [ความบังเอิญ]?'
แม้จะรู้ว่าการปล่อยให้จิตใจหวั่น ไหวในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม เป็นอันตรายอย่างยิ่ง แต่นับว่าโชคยังพอเข้าข้างเขาอยู่บ้าง จึงบันดาลให้ปีศาจตนนั้นเสียจังหวะจากการโจมตีเมื่อครู่ของเขา ร่างบอบบางนั้นจึงกระโดดหนีถอยห่างออกมาก่อน ดังนั้นนายทหารหนุ่มจึงพอมีเวลาให้เรียกสติกลับมาบ้าง
'ไม่... ไม่มี [ความบังเอิญ] หรอก มีแต่ [ความจงใจ] เท่านั้น '
พอ คิดได้เช่นนั้นนายทหารหนุ่มจึงรีบออกตัวตามไปทันที ...ไม่ว่าจะคิดยังไง มันไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว เพราะดวงตาข้างขวาที่เหลืออยู่เพียงข้างเดียวนี้ ฉายภาพช่วงเวลาที่สูญเสีย 'เธอคนนั้น' ให้เขาเห็นด้วยตัวของมันเอง ดังนั้นสิ่งที่ปรากฎอยู่เบื้องหน้าเวลานี้ต้องเป็นหนึ่งในกลลวงของปีศาจโดย แท้
"อภัยให้ไม่ได้!! จงหายไปซะ!!!"
"มีฝีมือแค่นี้เองรึไง อ่อนแอจริงๆ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!!"
เสียงหัวเราะอันแหลมสูงของปีศาจดัง ก้อง ขณะที่ควันปืนและคมดาบต่างเล็งเป้าหมายที่จุดตายบนร่างกายอีกฝ่าย ยิ่งคาตานะปะทะกับกระบอกปืนรุนแรงมากขึ้นเท่าไหร่ เสียงคำรามและเสียงเย้ยหยันที่ทั้งคู่ซัดเข้าหากันก็ยิ่งดุเดือดมากขึ้น เรื่อยๆ
"หายไปซะ!!!
หายไปซะ!!!
หายไปซะ!!!
หายไปซะ!!! "
"อ่อนแอ!!
อ่อนแอ!!
อ่อนแอ!!
อ่อนแอ!!
อ่อนแอ!!"
จนกระทั่ง [ตุ๊กตาสังหาร] ผู้ซึ่งถูกกล่าวขานว่า ไร้ความรู้สึก ได้ฝังคมดาบลงบนร่างบอบบางนั้น
... มือทั้งสองข้างของเขาจึงถูกย้อมไปด้วยสีดอกคาเมเลียอันงดงาม ...
From the Left Eye View --- END
Next Chapter : From the Right Eye View ฉลองไวท์เดย์
จบ แล้วกรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด จบซักทีฟิควานเลนไทน์ (ที่อู้มานาน) ความจริงตั้งใจให้จบเที่ยงคืนนะเนี่ย แต่เพราะเรื่องงานเลยกลับบ้านช้า เลยปั่นเกินมาถึงตีหนึ่งของเดือนมีนาซะแล้ว ฮ่าๆๆๆ แต่ช่างมันเถอะ จบในคืนนี้ได้ก็พอใจแล้ว ลันล้า
ปล1. ขอสารภาพว่าการเขียนฟิคเรื่องนี้อะไรก็ไม่ลำบากเท่าการหาสีให้กับประโยคคำ พูดของฝาแฝด ของคนอื่นไม่ปัญหาเลย ทั้งไคโตะ เมย์โกะ เนรุ ฮาคุ ลิลลี่ เมกุเนี่ยเค้ามีสีประจำตัวที่อ่านสบายๆ กันอยู่แล้ว แต่ของแฝดเนี่ยแหละที่เล่นเอากุมขมับ แม่ง "สีเหลือง" ทั้งคู่ แม่เจ้าโหดร้ายมากกก ลองมาหลายเฉด แต่ไม่ได้เรื่อง เพราะนอกจากจะแสบตาแล้ว บางทียังมองไม่เห็นอีก กรรมจริงๆ สุดท้ายเลยจบด้วยการขีดไฮไลท์ทับประโยคคำพูดซะเลย หวังว่าคงช่วยให้อ่านง่ายขึ้น(มั้ง)นะ ฮ่าๆๆๆ
ปล2. วันนี้เงินเดือนออกแล้ว (รอมานานยะโฮ้) เลยแวะไปร้านการ์ตูนที่ไม่ได้ไปนาน พบว่าตัวเองพลาดการ์ตูนไปหลายเล่ม ทั้ง สงครามดาบศักดิ์สิทธิ์ เล่ม 4 , จิน หมอทะลุศตวรรษ เล่ม 10 ,สคิปบีทเล่ม 22 , นิโร เล่ม 15 , ฝากใจไปถึงเธอ เล่ม 10 หมดไปสองร้อยกว่าบาท พอช้อปการ์ตูนเรียบร้อยแล้วก็ ถึงได้สำเหนียกว่า ซื้อมาเยอะขนาดนี้ แต่จะมีเวลาอ่านเมื่อไหร่วะ งานปิดเล่มงานหนังสือยิ่งเร่งยิกๆ แบบนี้ โฮกกกกกกกกกกกกก
ปล3. การิน คดีสะพานข้ามอัสดงแห่งความตาย บทจบ ออกแล้วเน้อ!!! พวกเธอว์จงไปเสียทรัพย์กันโดยพลัน อิอิอิ