[FicVocaloid] Eye to Eye (1)

posted on 14 Feb 2011 23:24 by kuroshitsujilover

หุฮิลันล้า ต่อจากเอนทรีแฮบวันเกิดการินเมื่อวาน

ก็มาถึงวาเลนไทน์ซะที ยะโฮ้!! 

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เชิญทุกท่านไปสนุกกับฟิคฉลองวาเลนไทน์กันเลย เย้! >q<

ฝาแฝดสุดยอด!!!!


Title : Eye to Eye  | From the Left Eye View -- Eyes 1

Author : Mikoto

Pairing : Vocaloid Len x Rin

Genre : AU

*ฟิคเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก เพลง Karakuri 卍 Burst 

 

Eye to Eye

Eyes 1 : From the Left Eye View (1)  

  

"แฮ่ก แฮ่ก"

เสียงหอบอย่างอ่อนล้าของเด็กน้อยสองคนดังแว่วอยู่บนทางเดินอันมืด

สลัว วึ่งทอดยาวออกไปเบื้องหน้า ราวกับไม่มีวันสิ้นสุด มือเล็กๆ ของเด็กน้อยที่เหมือนกัน ดั่งเงาสะท้อนของกันและกันนั้นกอบกุมกันไว้อย่างแนบแน่นไม่ยอมห่าง แม้ว่าระหว่างทางเด็กหญิงที่วิ่งช้ากว่าจะสะดุดล้มลงด้วยความรีบร้อน แต่เด็กชายที่มาด้วยกันไม่เพียงไม่ยอมปล่อยมือ ยังเข้าไปพยุงเด็กหญิงจนลุกขึ้นวิ่งได้อีกครั้ง สายตาของเด็กทั้งสองเหลียวมองไปยังความมืดมิดเบื้องหลังอย่างหวาดระแวงคล้าย กับว่ากำลังหนีการไล่ตามของอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลา เมื่อความมืดมิดเบื้องหลังยังคงเงียบสงบดังที่เป็นเสมอมา เด็กน้อยจึงลอบถอนหายใจอย่างโล่งออก แล้วจูงมือกันวิ่งต่อไป


จุดหมายเพียงเดียวของพวกเขาคือ ... ทางออกจากนรกที่มืดมิดแห่งนี้

 

มีเพียงเป้าหมายนี้เท่านั้นที่ยังเป็นแรงขับดันให้เด็กทั้งคู่ยังคงวิ่งต่อไป

 ไม่นานนักแสงสว่างที่รอคอยก็ค่อยๆ ปรากฎชัดขึ้นทีละน้อย ทำให้เด็กน้อยทั้งสองหันมายิ้มให้แก่กันด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความหวัง


... อีกนิดเดียว ...

... อีกนิดเดียวเท่าน้ัน ...

... พวกเราก็จะได้อยู่ด้วยอย่างมีความสุข ...

 
 


เปรี้ยง!!!

 

ทว่า ... ในวินาทีที่ได้เห็นความหวังปรากฏอย่างแจ่มชัดอยู่เบื้องหน้า

เสียง ปืนก็ดังขึ้นอย่างกะทันหันเสียงนั้นมาพร้อมกับความเจ็บปวดอย่างกะทันหัน ทำให้เด็กชายเผลอปล่อยมือที่กุมเด็กหญิงไว้ มากุมดวงตาข้างขวาซึ่งถูกพรากแสงสว่างไปตลอดกาล แต่ความเจ็บปวดนั้นกลับเทียบไม่ได้เลยกับภาพที่สะท้อนอยู่ในดวงตาข้างซ้าย ที่เหลืออยู่


... ดั่งภาพสะท้อนของตนเองยามจมอยู่ในกองเลือดสีแดงฉาน ...

 

ความจริงที่ว่า 'ตัวตนครึ่งหนึ่งที่แสนสำคัญ' บัดนี้ได้สูญสิ้นไปพร้อมกับ

ดวง ตาข้างขวานั้นโหดร้ายเกินกว่าที่จิตใจเล็กๆ จะรับไหว มือเล็กๆ ที่อาบด้วยเลือดจึงพยายามเอื้อมออกไปอย่างสุดกำลังเพื่อกุมมือของเด็กหญิง ไว้อีกครั้ง 

 

ม่ายยยยยยยยยยยยย!!!!

 

เสียงกรีดร้องด้วยความโศกเศร้าปานจะขาดใจนั้นปลุกให้ดวงตาสีฟ้าสด

ใส ที่ใช้การได้เพียงข้างเดียวนั้นเบิกโพลงมองเพดานห้อง และมือที่ไขว่คว้าความว่างเปล่าในอากาศอยู่นานด้วยความปวดร้าว ขณะที่ใบหน้าเรียวคมซึ่งสามารถเรียกได้อย่างเต็มปากว่า 'หน้าดี' นั้นกลับซีดขาวและเปียกชุ่มด้วยหยดเหงื่อและหยาดน้ำตาที่ไหลออกมาเนื่องจาก ฝันร้าย


RRRrrrrrrrrrr.....


สิ่งที่ตอกย้ำชายหนุ่มให้ยึดอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงก็คือเสียง

โทรศัพท์ มือที่วางทิ้งไว้ข้างเตียง เขาจึงลุกขึ้นนั่งบนเตียง ทำให้ผ้าคลุมที่ปกคลุมกายมาตลอดเลื่อนหลุดลงไปกองอยู่บนตัก เผยให้เห็นร่างเพรียวบาง หากแต่มีกล้ามเนื้อแข็งแรง เช่นเดียวกับผู้ที่เชี่ยวชาญด้านศิลปะการต่อสู้ทั่วไป นิ้วมือเรียวยาวตามแบบฉบับของนักดาบฝีมือดีนั้นเอื้อมออกไปกดรับโทรศัพท์ ขณะใช้มืออีกข้างขยี้เรือนผมสีทองสุกสว่างซึ่งยาวระต้นคอของตัวเองเล็กน้อย ด้วยความเคยชิน ไม่นานนักเสียงอันคุ้นเคยก็ลอยเข้ามาในโสตประสาท เสียงนั้นสั่งให้เขาเข้าไปที่ศูนย์บัญชาการเพื่อรับคำสั่งจากหัวหน้าหน่วย ชายหนุ่มต้องตอบรับอย่างเรียบๆ ก่อนจะคว้าเครื่องแบบทหารที่โยนทิ้งไว้ข้างเตียงขึ้นมาสวมเพื่อเตรียมตัวออก ไปยังศูนย์บัญชาการ

 

พั่บ...

 

ชั่วขณะนั้นเองเขาก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างตกลงบนพื้น ดวงตาสีฟ้า

สด ใสของชายหนุ่มจึงเหลียวมองหาต้นเสียงของสิ่งนั้น จึงได้พบกับผ้าคาดตาสีดำนอนสงบนิ่งอยู่บนพื้น ชายหนุ่มจ้องมันอยู่พักใหญ่ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาทาบทับกับดวงตาข้างขวาที่มิด สนิทของตนเอง สิ่งนั้นเหมือนอนุสรณ์ที่คอยย้ำเตือนให้เขาระลึกอยู่เสมอว่า มีดวงตาข้างซ้ายเหลืออยู่เพียงข้างเดียว เช่นเดียวกับตัวเขาที่เหลืออยู่เพียงลำพัง


... ทั้งที่เป็นอย่างนั้น ทำไมเขาถึงยังมีชีวิตอยู่นะ ... 


...........................................................

 

TBC.....


 

ต่อไปเป็นเวิ่นเว้อโซนของอีชั้นเอง 

เฮ้อออ วานเลนไทน์ ท่าทางจะไม่ใช่วันของเรายังไงพิกล มีเรื่องแต่เช้าเลย

เริ่มจากทำเวรกวาดห้องตอนเช้าก็เผลอไปปัดต้นไม้เจ้านายหล่นกระจาย จากงานกวาดห้องง่ายๆ กลายเป็นงานช้างในพริบตา

พอเจ้านายมาก็โดนเฉ่งเรื่องานอีก โดนสับละเอียดเละไม่มีชิ้นดี ขนาดว่าเขาคิดให้แทบทั้งเรื่องแล้ว ก็ยังอุตส่าห์เขียนไม่ผ่านได้ อัจฉริยะเหลือเกินชั้น

ตกบ่ายซื้อชาเขียวมากินแค่เช็ดน้ำขอบแก้ว ยังเผลอไปถูกจอ โดนจอดูดอารามตกใจเลยปัดแก้วชา (ที่เพิ่งกันไปไม่ได้เท่าไหร่) หกลงมารดตัวเองกับคอมอีกต่างหาก ดีคอมไม่เป็นไร แต่ตัวชั้นกับพื้นที่อุตส่าห์ถูเหนียวไปทั้งวัน

ยังไม่พอ ตอนเช้าเพื่อนเล่าให้ฟังแล้วว่าวันนี้เซนลาดพร้าวเปิดวันสุดท้าย นั่ง 191 รถโคตรติดเลย ขากลับก็ยังอุตส่าห์กระโดดขึ้น 191 จนได้ แล้วเป็นไงล่ะ ออกจากที่ทำงานทุ่มสี่สิบ ถึงบ้านสามทุ่มครึ่งเอาเข้าไป คนกำลังจะรีบกลับแท้ๆ

พอกลับมาถึงตั้งต้นว่าจะพิมพ์ฟิคที่เขียนใส่สมุดไว้ซะดิบดี ดันทิ้งสมุดไว้ที่ทำงานต้องมาด้นสดเอง

เวรกรรม วันนี้มันอะไรฟะเนี่ย วันมหาวิปโยครึไง ทำไมถึงได้มีแต่เรื่องแบบนี้ 

 

ปล. สาธุเพี้ยงงานที่เขียนวันนี้จงผ่านๆๆๆ เพี้ยง 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ขอเวิ่นนะคะ
เรนสุดยอด!!!!! แพ้คนในเครื่องแบบ มุกิ๊ว~~~~Hot! Hot! Hot! ((ปาดาวแล้ววิ่ง))

#4 By KUROSUIREN on 2011-07-11 20:25

ฟิกแล้วจะมาอ่านเร็วๆนี้ ตอนนี้เห้นตัวหนังสือแล้วปวดหัวมว้ากๆ

เห็นความทุลักทุเลของแกแล้ว วันนี้เป็นวัน ซวย สินะอะไรๆก็มีแต่ผิด และ พลาด และ ไม่เข้าที่เข้าทางไปซะหมด กะชั้นที่พยายามจะให้ทุกอย่างดี บัดมีแต่อุปสรรกขวางกั้นมากายเนี่ย ไม่ได้แพ้กันเลย แต่อย่างแกท่าจะหนักก่าเพราะคงเหนื่อยใจมากๆ แต่ชั้นนี่เหนื่อยกายแฮะ

เอาเหอะ รอดูฟิกไวท์เดย์ต่อไป

ขอให้เรื่องผ่านนนนนน

#3 By AkiLLka on 2011-02-16 15:20

เรนคุงในเครื่องแบบ แถมมีผ้าคาดตาด้วย อุหุๆๆๆ
ฟิคเรื่องนี้ของคุณมี่ดูมืดมนจัง... (แต่ชอบนะคะ ไม่ได้เกลียดแต่อย่างใด) แล้วสองพี่น้องจะได้เจอกับความสุขไหมนะ ขอรอติดตามต่อไปค่ะ >_<

โซนเวิ่นเว้อ... อ่านแล้วโอ...sad smile ยังไงตอนนี้มันก็ผ่านไปแล้วนี่คะ ถือซะว่าฟาดเคราะห์วันวาเลนไทน์ก็ได้ วันที่ดีกว่านี้ต้องมีอยู่แล้ว!

ขอให้เขียนงานผ่านฉลุยนะคะconfused smile
แอพเพนด์แล้วมันดีอย่างนี้นี่เองค่ะ(กรี๊ดด) เรนไม่โชตะอีกแล้ว กลายเป็นหนุ่มหล่อโฮรกค่ะ!!!
(ดูเอ็มวีแล้ว) อุก....ชุดทหารสีดำนั่นน่ะค่ะ ดาเมจจจจจจ แพ้คน"ในเครื่องแบบ"อย่างแรง ชอบชุดแบบกระดุมสองแถวมั่กๆค่ะ
(ฮา ที่เราชอบนายน้อยเพราะกระดุมนี่เอง อุก..ไม่ใช่ละ)
เอ็มวีของสองพี่น้องมีข้อประทับใจ(ส่วนตัว)อีกอย่างนึงนอกจากเรื่องราวสุดซึ้ง นั่นคือ ไคโตะไม่เสื่อมค่ะ ฮ่าๆๆๆ

อ่านฟิคแ้ล้วสงสารสองพี่น้องค่ะ ต้องพลัดพรากกันอีกแล้ว จะจบแฮปปี้มั้ยนะ แง้~~~

/////////////////////////////

โซนเวิ่นค่ะ (ซากุก็ผ่านวาเลนไทน์มาแบบเนือยๆอ่ะค่ะ เหอๆ)
ฮว้ากกเริ่มมาก็ระทึกใจเลยนะคะมิโกโตะซางงงงง เก็บเศษดินพนพื้นว่ายากแล้ว (ต้องถูพื้นซ้ำอีก) เพราะว่าเคยเอาต้นไม้เข้ามาปลูกในห้องนอนแล้วเตะกระถางล้มไปหลายที เลยโดนท่านแม่เฉ่งไปอีกยาวนานค่ะ แต่ถ้ามันล้มบนพื้นพรมขึ้นมา อุก.....

อ๊ากกก มิโกโตะซังทำใจดีๆไว้ค่ะ เรื่องงานเขียนมันต้องบลิวท์อารมณ์ก่อนใช่มั้ยคะ บังเอิญวันวาเลนไทน์ดันมีอาถรรพ์ขึ้นมา(โทษวาเลนไทน์ซะงั้น) sad smile ขอให้งานผ่านเข้าตากรรมการไวๆนะคะ double wink

ชาเขียวหก...(ถ้าเป็นซากุคงกาแฟหก ฮา อันนี้ชินซะแล้ว อิอิ) แต่โน้ตบุ๊คชอบปล่อยไฟออกมาสปาร์คจริงๆ มิโกโตะซังทำใจดีๆไว้นะคะ โฮรกกกก
มองโลกในแง่ดีค่ะ แค่น้ำชาเสื้อผ้าคงไม่เป็นดวงๆเท่าไหร่ แฮ่ ถ้าเป็นน้ำเขียวน้ำแดงไมโลนี่หมดสิทธิ์แก้ไขเลยค่ะ
(นึกถึงลัลตอนที่เดินชนการินแล้วกาแฟหกใส่ = =)

รถติดยาวนานนนนนนนมั่กๆค่ะ มักจะชอบติดในวันที่เราต้องรีบเหอๆ แต่มันก็ผ่านไปแล้ว > <

มิโกโตะซังไฟท์โตะ!!! cry

#1 By Sakutan on 2011-02-15 09:43